28 October 2008กองทัพสหรัฐฯโชว์ 3 กรณีผู้ก่อการร้ายใช้ Twitter เป็นเครื่องมือ
ตามคาด กองทัพสหรัฐฯออกมาแสดงความหวั่นใจว่าผู้ก่อการร้ายอาจจะใช้บล็อกสั้นยอดฮิต Twitter เป็นเครื่องมือประสานงานการก่อการร้าย การศึกษาพบว่า Twitter ถูกใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารแล้ว ไม่ได้ชี้โพรงให้กระรอกแต่โชว์ผลการศึกษาความเป็นไปได้ที่ผู้ก่อการร้ายจะประสานงานด้วย Twitter ถึง 3 กรณี
การศึกษานี้จัดทำโดยกองพันการข่าวทหารที่ 304 ถูกนำออกเผยแพร่บนเว็บไซต์สมาคมนักวิทยาศาสตร์อเมริกัน (Federation of American Scientists) อธิบายหนทางเป็นไปได้ที่ผู้ก่อการร้ายจะใช้โทรศัพท์มือถือและเทคโนโลยีออนไลน์ เช่น เทคโนโลยีระบุพิกัดพื้นโลก (Global Positioning System) แผนที่ดิจิตอล (digital maps) และการทำงานของ Twitter มาประสานกันเพื่อใช้ในการวางแผนและปฏิบัติการก่อการร้าย
การสำรวจนี้ถูกเปิดเผยครั้งแรกเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาก่อนจะตีพิมพ์ในนิตยสาร Wired ของ Noah Shachtman โดยใช้ชื่อเรื่องว่า “Potential for Terrorist Use of Twitter” เพื่อให้ข้อมูลแก่สาธารณชนว่า Twitter คืออะไร ทำงานอย่างไร และถูกนำไปใช้ในการกระจายข่าวแผ่นดินไหวที่ลอสแองเจอลิส หรือนำไปทำแคมเปญเพื่อหาเสียงในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐได้อย่างไร
รายงานบอกว่า Twitter สามารถเป็นเครื่องมือทางกิจกรรมสำหรับทุกคน ทั้งกลุ่มสังคม นักสิทธิมนุษยชน คนที่เป็นคอมมิวนิสต์ คนเป็นมังสวิรัต ผู้ที่ต้องการล้มล้างการปกครอง ชุมชนคลั่งลัทธิศาสนา นักกีฬา นักต่อสู้ทางการเมือง ไปจนถึงนักเจาะระบบคอมพิวเตอร์ที่มีการเมืองเป็นแรงผลักดัน ซึ่งต้องการติดต่อกันด้วยการส่งข้อความไปยังผู้รับจำนวนมากๆ
Twitter ต่างจากบล็อก (BLOG) ตรงที่ผู้เขียนบล็อกสามารถเขียนบันทึกเรื่องราวความยาวเท่าใดก็ได้ แต่ผู้ใช้ Twitter ต้องถูกจำกัดการส่งข้อมูลเป็นข้อความสั้นสูงสุด 140 ตัวอักษร เพื่อบอกเพื่อนสมาชิกว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ในขณะนั้น เช่น ?กำลังกินข้าวอยู่? ?อ่านหนังสือพิมพ์อยู่? สามารถส่งข้อมูลให้เพื่อนในกลุ่มหรือสมาชิก Twitter ทั้งโลกก็ได้ผ่านทางเ้ว็บไซต์ www.twitter.com หรือแจ้งสถานะผ่านโปรแกรมแชตอย่าง Google Talk ก็ได้ โดยสมาชิกสามารถส่งข้อความบอกเล่าความเป็นไปในขณะนั้นผ่านโทรศัพท์มือถือ (SMS) ได้ด้วย
การศึกษาของกองทัพสหรัฐฯต้องการบอกว่า Twitter นั้นถูกใช้งานโดยสมาชิกองค์กรก่อการร้ายแล้วในขณะนี้ สามารถนำไปใช้เป็นเทคนิกในการซุ่มทำร้าย การประสานงานการจุดระเบิด และการเป็นเครื่องมือของนักเจาะระบบ ซึ่งทางทฤษฎีแล้วความเป็นไปได้ที่ความสามารถทั้งสามส่วนจะถูกนำมาประกอบเข้าด้วยกันเพื่อให้การก่อการร้ายประสบความสำเร็จนั้นมีสูงมาก
สถานการณ์จำลองแรกในการศึกษาพยายามชี้ให้เห็นว่า ผู้ก่อการร้ายสามารถใช้บริการ Google Maps Twitter Mash Up ซึ่งผู้รับข้อความ Twitter ทั้งกลุ่มสามารถรู้ตำแหน่งของผู้ส่งผ่านระบบแผนที่ออนไลน์ Google Maps ได้แบบเรียลไทม์ การรู้สถานที่และความเคลื่อนไหวของเพื่อนในกลุ่มผู้ก่อการร้ายเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติภาระกิจโฉดได้เป็นอย่างดี ผู้ก่อการร้ายยังสามารถปกปิดความลับด้วยการใช้รหัสลับแทนสถานที่เป้าหมาย ซึ่งหากต้องการบอกคำสั่งอย่างละเอียดก็สามารถโพสต์ไว้บนเว็บไซต์ซึ่งทีมก่อการร้ายสามารถใช้โทรศัพท์มือถือเข้าชมได้ เมื่อการรับคำสั่งและข้อมูลการเคลื่อนไหวของกลุ่มไม่ผิดพลาด การเดินตามแผนก่อการร้ายจึงมีโอกาสสำเร็จสูง
สถานการณ์จำลองที่สอง บอกว่าการส่งข้อความและภาพผ่าน Twitter นั้นเอื้อต่อการประสานงานเพื่อการจุดระเบิดจากทางไกลผ่านโทรศัพท์มือถือที่แม่นยำและเที่ยงตรง ผู้ก่อการร้ายจะสามารถเลือกช่วงเวลาในการจุดระเบิดได้อย่างเหมาะสมเพราะข้อมูลและภาพจาก Twitter ที่ทีมส่งมาในแบบเรียลไทม์ ขณะที่สถานการณ์จำลองที่สาม ชี้ว่าผู้ก่อการร้ายที่เป็นนักเจาะระบบ สามารถสอดแนมกองทัพสหรัฐฯด้วยการสมัครเป็นสมาชิกรับข้อความ Twitter จากทหารในกองทัพได้ การสอดแนมอาจเริ่มจากการขโมยข้อมูลส่วนตัวของทหารรายนั้น เช่นข้อมูลล็อกอินและรหัสผ่าน จนอาจเจาะเข้าเครื่องโน้ตบุ๊กในเครือข่ายของกองทัพเพื่อล้วงเอาความลับอื่นๆได้
สถานการณ์จำลองที่สามนี้ไม่เชื่อเรื่องใหม่ เพราะกองทัพสหรัฐฯเคยออกมาแสดงความกังวลว่า เว็บไซต์เครือข่ายสังคมของทหารใน My Space หรือ Face Book อาจจะเป็นช่องโหว่ทำให้นักแฮกเข้ามาขโมยข้อมูลได้
ที่มา : http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000127831
เรื่องที่เกี่ยวข้อง :
Tags: Twitter, กองทัพสหรัฐ, กองทัพสหรัฐฯโชว์ 3 กรณีผู้ก่อการร้ายใช้ Twitter เป็นเครื่องมือ, ก่อการร้าย, ผู้ก่อการร้าย






Techkr.com
28 October 2008, 1:22 pm
กองทัพสหรัฐฯโชว์ 3 กรณีผู้ก่อการร้ายใช้ Twitter เป็นเครื่องมือ | Tech NEWS…
ตามคาด กองทัพสหรัฐฯออกมาแสดงความหวั่นใจว่าผู้ก่อการร้ายอาจจะใช้บล็อกสั้นยอดฮิต Twitter เป็…