Technology NEWS Bookmark
My Bookmark | Technology NEWS

โทรศัพท์มือถือ…ไม่ได้อัจฉริยะอย่างที่คิด

กรกฎาคม 25th 2008 in Hardware

Mobile

เดี๋ยวนี้โทรศัพท์มือถือมีฟังก์ชั่นการทำงานเยอะแยะมากมาย แต่จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้ทำงานดีไปหมดเสียทุกอย่าง

ทุกวันนี้โทรศัพท์มือถือทำอะไรได้หลายอย่าง ทั้งฟังเพลง ดูหนัง ถ่ายรูป เล่นเน็ต อ่านหนังสือ ส่งอีเมล ทำงานเอกสารต่างๆ ฯลฯ จนมีบางคนแดกดันว่าต่อไปเราคงใช้โทรศัพท์มือถือซักผ้าและถูบ้านได้ด้วย

แต่จริงๆ แล้วมีการศึกษาวิจัยของ Nielsen Mobile ถึงการใช้โทรศัพท์มือถือในการท่องโลกอินเทอร์เน็ตและใช้งานในด้านอื่นๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าโทรศัพท์มือถือก็ไม่ได้เหมาะกับการใช้งานในบางประเภท


สิ่งที่เหมาะ

ค้นหาข้อมูลอ้างอิง – การใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อค้นหาข้อมูลอ้างอิงในเว็บไซต์อย่าง wikipedia นั้น ทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็วพอสมควร หรือจะเช็คข่าว ผลการแข่งขันกีฬา พยากรณ์อากาศ ก็ทำได้เต็มประสิทธิภาพไม่น้อยในสมัยนี้

ส่งอีเมล – สำหรับสมาร์ทโฟนแล้ว เรื่องการส่งอีเมลถือเป็นคุณสมบัติขั้นพื้นฐานเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นการส่งอีเมลสั้นๆ หรือเช็คอีเมลผ่านโทรศัพท์มือถือ เดี๋ยวนี้ทำกันได้แทบทั้งนั้น

เก็บเบอร์โทรศัพท์ – ถ้าโทรศัพท์มือถือเก็บเบอร์โทรศัพท์ไม่ได้ ก็ไม่ควรซื้อมาใช้

เป็น GPS – เป็นอีกความสามารถหนึ่งที่โทรศัพท์มือถือทำได้ดี แม้ว่าจะไม่ใช่การเป็น GPS โดยตรง แต่อาจจะใช้เข้าเว็บไซต์แผนที่อย่าง Google Map เพื่อค้นหาทิศทางที่คุณจะไปได้ด้วย

เล่นอินเทอร์เน็ต – ถ้าจะเข้าเว็บไซต์ทั่วๆ ไป โทรศัพท์มือถือก็นับว่าทำงานได้สะดวกพอตัว แต่ถ้าเป็นเว็บไซต์ประเภทมัลติมีเดีย มีแฟลชหรือแอนนิเมชั่นเยอะแยะ คงจะทำงานได้ลำบากสักนิด

สิ่งที่ไม่เหมาะ

ทำงานเอกสาร – ถ้าคิดจะพิมพ์งาน เขียนบทความ หรือตอบจดหมายยาวๆ โทรศัพท์มือถือคงจะไม่เหมาะนัก เพราะการที่ต้องมานั่งจิ้มตัวอักษรแต่ละตัว ซึ่งมีขนาดเล็กมากๆ ด้วยนั้น อาจทำให้คุณสายตาเสียไปเลยทีเดียว แถมการเปิดใช้โปรแกรมพิมพ์งานนานๆ ก็กินแบตเตอรี่ยิ่งกว่าอะไรดี

อ่านนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ – ขณะที่คุณอ่านนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ออนไลน์ในแต่ละหน้า โทรศัพท์มือถือจะกินแบตเตอรี่ค่อนข้างมาก เพราะต้องมีการโหลดหน้าใหม่ตลอดเวลา รวมทั้งการเพ่งหน้าจอเพื่ออ่านตัวหนังสือเล็กๆ ก็อาจทำให้คุณเป็นไมเกรนได้

ถ่ายรูป – ดูเหมือนโทรศัพท์มือถือทุกวันนี้ จะมีกล้องถ่ายรูปติดอยู่เป็นอุปกรณ์พื้นฐานกันเสียแล้ว แต่ถ้าถามถึงคุณภาพที่ได้นั้นยังนับว่าอยู่ในระดับต่ำ เพราะไม่สามารถจะนำมาอัดรูปแขวนผนังได้ โดยกล้องโทรศัพท์มือถือขนาด 2 ล้านพิกเซล จะมีคุณภาพของภาพพอๆ กับกล้องโพลารอยด์เท่านั้น และอาจจะโพสต์ขึ้นเว็บไซต์ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทันที แต่ถ้ากล้องขนาด 10 ล้านพิกเซล ก็ต้องถ่ายโอนรูปลงคอมพิวเตอร์ก่อนที่จะอัพโหลด เพราะเทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือทุกวันนี้ยังอัพโหลดไฟล์ภาพใหญ่ขนาดนั้นไม่ได้

รายละเอียดข่าว กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์


Tell a Friend

เรื่องที่เกี่ยวข้อง




required



required - won't be displayed


Your Comment:

Google ชน Wikipedia คลอด”Knol”ใครก็เขียนได้แต่ต้องลงชื่อ

หน้าเว็บ http://knol.google.com ความพยายามในการทำลายกฎที่ว่า “ใครเขียนสุดท้ายชนะ” ของกูเกิล
กูเกิลเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ “Knol” เปิดกว้างให้ผู้ใช้เข้ามาเขียนบทความได้เหมือนเว็บไซต์สารานุกรมออนไลน์ชื่อดังอย่างวิกิพีเดีย (Wikipedia) แต่แตกต่างที่ผู้เขียนจะสามารถลงชื่อได้ มั่นใจการเปิดเผยชื่อผู้เขียนบทความจะเพิ่มความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นจุดอ่อนสำคัญในวิกิพีเดียมาตลอด

กูเกิลให้บริการที่ http://knol.google.com เริ่มทดสอบบริการตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว

การเผยแพร่บทความใน Knol นั้นไม่ต่างจากการเขียนบล็อกทั่วไป สิ่งที่แตกต่างคือ Knol จะรวมข้อเขียนในหัวข้อนั้นๆไว้ในหน้าเดียว ที่สำคัญคือข้อเขียนที่มีการอัปเดทจะไม่เรียงตามละดับวันเวลาก่อนหลังการโพสต์ จุดนี้กูเกิลระบุว่าลำดับการแสดงข้อเขียนจะอยู่ที่การจัดดัชนีความนิยมซึ่งผู้อ่านจะเป็นผู้ลงคะแนนว่าข้อเขียนใดมีความน่าเชื่อถือ

กูเกิลย้ำว่ากำลังทำลายกฎที่ว่า “ใครเขียนสุดท้ายชนะ” ยกตัวอย่างว่ามืออาชีพที่มีภาระกิจรัดตัวไม่สามารถตามอัปเดทเป็นรายล่าสุดได้ เช่นในบทความเรื่องโรคเบาหวาน “Type 1 Diabetes” ใน Knol [...]

Google ชน Wikipedia คลอด”Knol”ใครก็เขียนได้แต่ต้องลงชื่อPrevious Entry

DSI เตือน คนใช้ไวร์เลส-บลูทูธระวังถูกแฮก

พ.ต.ท.พัฒนะ ศุกรสุต
สำนักคดีเทคโนฯ กรมสอบสวนคดีพิเศษเตือนประชาชนคนใช้ไวร์เลส - บลูทูธ ให้ระวังโจรขโมยข้อมูลส่วนตัว เผยย่านธุรกิจห้างสรรพสินค้า มีความเสี่ยงสูง แนะนำปลอดภัยที่สุดถ้าไม่ทำธุรกรรมทางการเงินในที่สาธารณะ

“มันเกิดการกระทำความผิดที่เคลื่อนที่ได้ แล้วการเคลื่อนที่ของมันก็เป็นแบบไร้ทิศทาง อย่างสัญญาณไวร์เลส ซึ่งเป็นสัญญาณวิทยุปัจจุบันสามารถส่งสัญญาณออกไปเป็นรัศมีวงกรมได้ระยะทางประมาณ 100 เมตร หากมีผู้กระทำความผิดเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถหาจุดศูนย์กลางได้ว่าอยู่ ณ จุดใด เพราะไวร์เลสเป็นเหมือนสัญญาณวิทยุ มีรัศมีเป็นวงกลม” พ.ต.ท.พัฒนะ กล่าว

“ยิ่งล่าสุดผู้ผลิตได้พัฒนาเทคโนโลยีขึ้นไปเรื่อยๆ มีไวร์แม็กที่สามารถส่งสัญญาณได้ไกลกว่าคือ 30-50 กิโลเมตร แถมยังมีตัวเพิ่มสัญญาณได้อีก ดังนั้นการใช้เทคโนโลยี มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ความสามารถในการส่งสัญญาณได้ไกลนี้ เป็นโอกาสของผู้กระทำความผิดที่จะดักขโมยข้อมูลของเราได้จุดไหนก็ได้ โดยที่เราล่วงรู้ได้ยากมากและกว่าจะรู้ตัวข้อมูลของเราก็ไปปรากฏอยู่กับผู้อื่น หรือไม่ก็ตกเป็นผู้เสียหายจากการโจรกรรมไปแล้ว”

“ยิ่งเป็นการสนทนาผ่านบลูทูธ ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ผู้กระทำความผิดดักจับสัญญาณบลูทูธซึ่งเปิดอยู่ตลอดเวลาได้ง่ายขึ้น โดยแฮกเกอร์จะใช้ย่านธุรกิจหรือห้างสรรพสินค้าที่มีคนพลุกพล่านเป็นที่ลงมือ โดยใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก และโทรศัพท์มือถือที่เป็นสมาร์ทโฟน มุ่งเป้าประชาชนที่เปิดบลูทูธไว้ โดยที่แฮกเกอร์จะมีโปรแกรมและเครื่องมือพิเศษที่สามารถสแกนหาสัญญาณบลูทูธในรัศมีที่ปัจจุบันไปได้ไกลมากยิ่งขึ้น หากพบสัญญาณ โปรแกรมดังกล่าวจะโชว์หมายเลขโทรศัพท์และชื่อของเจ้าของเครื่องนั้นๆ”

“ยิ่งนำไปใช้ในที่สาธารณะควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ส่วนกรณีของผู้ที่จำเป็นต้องใช้บลูทูธ แนะนำว่าไม่ควรเก็บข้อมูลที่สำคัญหรือเป็นความลับไว้ในโทรศัพท์ เมื่อไม่มีความจำเป็นต้องใช้บูลทูธก็ให้ปิดสัญญาณ และหากมีความจำเป็นต้องทำธุรกรรมการเงินกับธนาคาร ก็ไม่ควรจะใช้ในที่สาธารณะก็จะปลอดภัยที่สุด”
โดย ผู้จัดการออนไลน์

DSI เตือน คนใช้ไวร์เลส-บลูทูธระวังถูกแฮกNext Entry