ข้อคิดสำหรับมนุษย์เงินเดือน

เพื่อนส่งมาให้อ่านครับ เห็นว่ามีข้อคิดดีๆ ลองอ่านดูนะครับ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีนกแสนสวยตัวหนึ่ง มีขนสวยงามมาก มีคนอยากได้ไว้ครอบครองเป็นจำนวนมากแต่ไม่เคยมีชาวบ้านคนไหนจับนกตัวนั้นได้เลย อยู่มาวันหนึ่งมี อาบัง ขายถั่วมานั่งใต้ต้นไม้ที่มีนกแสนสวยอยู่ พอนกแสนสวยเห็นถั่วของอาบังก็เกิดอยากกินขึ้นมา จึงร้องบอกอาบังว่า

“อาบัง อาบัง ขอถั่วให้ชั้นกินหน่อยสิ”
อาบังได้ยินดังนั้น ก็ตอบกลับไปว่า
“ได้เลย ได้เลย แต่ขอขนให้ชั้นเส้นนึงนะ”

พอนกได้ยินดังนั้น ก็ก้มลงมองที่ขนของตนเอง แล้วคิดว่า

ขนของตนเองนี่มีเยอะมาก เสียไปสักเส้นคงไม่เป็นไรหรอก นกแสนสวยก็เลยให้ขนอาบังไปหนึ่งเส้น แล้วก็ลงไปกินถั่วของอาบัง วันต่อมานกแสนสวยก็บอกกับอาบังอีกว่าขอถั่วให้ชั้นกินหน่อยสิ อาบังก็ตอบเหมือนเดิมว่าขอขนให้ชั้นเส้นหนึ่งก่อน นกแสนสวยก็คิดเหมือนเดิมว่าขนมันยังมีอยู่เยอะก็เลยให้ขนอาบังไปอีก เป็นอย่างนี้ต่อไปอีกหลายวัน จนวันหนึ่ง นกแสนสวยก็ขอถั่วอาบังกินอีก อาบังก็ตอบเหมือนเดิมว่า ขอขนให้ชั้นเส้นหนึ่งก่อน นกก็ไม่รีรอรีบให้ขนอาบังไปทันที แล้วลงมากินถั่วของอาบัง อาบังก็เลยจับนกตัวนั้นไว้ได้ เพราะว่าขนของมันเหลือน้อยแล้วไม่สามารถที่จะบินหนีอาบังได้

เรื่องนี้ถ้าอ่านผ่านไปอาจจะไม่ได้อะไรเลยนะครับ

แต่ถ้าเราลองคิดให้ดี เปลี่ยนจากนกแสนสวยเป็นตัวเรา ขนของนกแต่ละเส้นคือเวลาของเราที่เสียไปและอาบังเป็นนายจ้างของเราส่วนถั่วที่อาบังให้ก็เหมือนกับเงินเดือนที่นายจ้างให้เรานะครับ

หมายความว่า

ทุกวันนี้ ถ้าเรายังประมาทในการใช้ชีวิตยังพอใจแค่เงินเดือนที่นายจ้างให้เราทุกเดือนนะครับ เวลาของเราก็จะค่อยๆหมดไปเรื่อยๆ เวลาของเราไม่ได้มีมากมายหรอกครับแป๊บเดียวเดี๋ยวมันก็หมดไปแล้ว ซึ่งเงินเดือนที่นายจ้างให้เราเนี่ยก็ให้แค่พอเราอยู่ได้ทุกเดือนเท่านั้นแหละครับ บางคนอาจจะคิดว่าการทำงานประจำเป็นอาชีพที่มั่นคง แต่ผมว่าไม่นะครับ เพราะว่าการเป็นลูกจ้างเค้าเนี่ยเราไม่สามารถที่จะกำหนดวิถีชีวิตของตัวเองได้ เราถูกนายจ้างเรากำหนดให้ต่างหากว่าจะหยุดวันไหนวันนี้จะทำอะไร ผมไม่อยากให้ทุกคนยึดติดกับความคุ้นเคยกับความสบายเพียงแค่วันนี้แต่อยากจะให้มองให้ไกลๆ มองถึงอนาคตของเราว่าเราจะหยุดทำงานเมื่อไหร่เราจะใช้ชีวิตในวัยเกษียณอย่างไร อย่าเป็นเหมือนนกแสนสวยนะครับที่รู้ตัวก็ตอนที่ตัวเองไม่มีขนอยู่ที่ตัวแล้ว

ข้อคิดดีๆ ของการทำงาน

จะ’งานประจำ ‘หรือ ธุรกิจส่วนตัว หรือ ‘งานอิสระ’โดยส่วนตัวแล้วคิดว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คุณรักและพร้อมที่จะทำมันหรือไม่?

บางคนชอบที่จะเติบโตใน’บริษัท’ที่มั่นคง ไต่ก้าวบันไดไปตามประสบการณ์ที่ตนได้รับ ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อคุณเริ่มเดินขึ้นบันได ก้าวแรกของคุณอาจลังเลและยังไม่มั่นคง เมื่อคุณขึ้นไปได้สักพักคุณก็จะเริ่มชิน และเริ่มคิดว่า’ก็สนุกดีนะการเดินบันได ไม่เห็นมีอะไรเลย ง่ายๆ แค่เดินก็เท่านั้นเอง เดินแป๊บเดียวก็ถึงที่พักบันไดแล้ว’ แต่เมื่อคุณยิ่งเดินสูงขึ้น สูงขึ้นคุณจะเริ่มเหนื่อย ยิ่งขึ้นสูงก็ยิ่งหนาว อากาศหายใจก็จะน้อยลง คุณจะเริ่มเดินๆ หยุดๆ ที่พักบันไดก็ช่างไกลสำหรับคุณ อยากจะถอยหลังลงมาก็เสียดายเพราะเดินมาไกล หลายคนหยุดเดิน หลายคนเดินต่อเพราะอยากก้าวไปจนถึงจุดสูงสุดเท่าที่คุณจะทำได้ เมื่อถึงวันนั้นวันที่คุณอยู่บนจุดสูงสุดมาได้แล้วสักระยะหนึ่ง สิ่งที่คุณควรจะคิด คือ จะทำอะไรต่อไป ? คุณจะเบื่อไหม ? คุณอิ่มกับงานนี้แล้วหรือยัง? แล้วถ้าหากคุณเดินตกบันได คุณพร้อมที่ลุกขึ้นมาแล้วเิริ่มใหม่หรือไม่ก็เท่านั้นเอง?

แต่ในขณะที่บางคนชอบที่จะดิ้นรนและเป็น ‘นายตนเอง’ ซึ่งอาจจะต้องปีนเขา และบุกป่าฝ่าดงด้วยตนเอง ไม่มีทางให้เดิน คุณอาจต้องเจาะหินภูเขาอันแข็งแกร่งเพื่อทำบันได้เอง ปูทางให้ตนเอง บนเส้นทางที่ขรุขระ เจอภูเขาลูกใหญ่อยู่ตรงหน้า หรือ กิ่งไม้เล็กๆ ที่อาจทำให้คุณสะดุดหกล้มได้ อาจขลุกขลัก ล้มลุกคลุกคลาน ซึ่งถึงแม้จะเหนื่อยแต่คุณก็อาจจะมีความสุข เพราะทุกที่ที่คุณย่างก้าว คือ สิ่งใหม่ๆ ที่คุณจะได้้เรียนรู้ก็เพื่อ ‘ตนเอง’ทั้งนั้น แต่วันหนึ่งคุณอาจจะก้าวพลาดเดินตกเขาลงมาก็ได้ คุณอาจเจ็บตัวมากเพราะการตกเขาลูกใหญ่ที่สูงชันและน่ากลัว หรือ อาจเป็นแค่แผลถลอกปอกเปิกแค่แสบๆ คัน เพราะสะดุดกิ่งไม้เล็กๆ ก็ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ คุณจะทำอย่างไรต่อไป?

ในอีกมุมหนึ่งก็ยังมีผู้ชื่นความ ‘อิสระ’ อยากจะไปไหนก็ไป อยากจะทำอะไรก็ทำ (หากไม่เดือดร้อน) คุณอยากจะปีนเขา ก็ทำได้ อยากว่ายน้ำ ก็ทำได้ คุณเดินไปเรื่อยๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ คุณอาจเดินไปเจอเส้นทางโรยด้วยกลีบกุหลาบ เดินง่ายๆ สบายๆ พบสิ่งที่สวยงาม ความน่าตื่นเต้น แต่ถ้าหากวันใดคุณเดินไปเจอทางที่น่ากลัว หาจุดหมายไม่เจอ ไม่มีแสงสว่างนำทางให้คุณ แล้วคุณจะทำอย่างไรต่อไป?

บางทีสิ่งที่เราต้องคิดอาจจะไม่ใช่ว่าคุณจะทำงาน ประจำ อิสระ หรือ ธุรกิจ เพียงอย่างเดียว แต่สิ่งที่มากกว่านั้น เมื่อคุณตัดสินใจแล้ว คุณพร้อมที่จะยอมรับผลที่เกิดขึ้นมาได้หรือไม่นั้น อาจจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดได้นะ

เป็นกำลังใจให้ทุกคน

“กฎ 23 ข้อ” ทำให้เว็บน่าสนใจ

ขออภัยที่หายหน้าหายตาไปนานหลายวันเลยนะครับ คือว่าช่วงนี้เป็นช่วงบัณฑิตจบใหม่อย่างผมต้องหาการหางานทำเพื่อทำให้พ่อแม่ภูมิ ให้แฟนเชื่อถือว่ามีความสามารถที่จะเรื่องดูได้ เลยทำให้ผมต้องลำบากนิดหน่อยในการเดินเตะฝุ่นเพื่อหาการหางานทำ วันนี้พอดีตื่นเช้าเลยได้โอกาส แวะเวียนไปอ่านเว็บนุ้นเว็บนี้ เลยได้บทความดีๆ มาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน บทความนี้เป็นบทความสำหรับ webmaster ทุกคนที่อยากทำเว็บของตัวเองให้โด่งดัง เปรี้ยงๆๆ โดยการทำ seo บทกฏ 23 ข้อ แต่กฏทั้ง 23 ข้อนี้ก็ไม่ตายตัวนะครับ อาจจะมีตำราอื่นๆ ที่มากกว่านี้ หรือว่าน้อยกว่านี้ก็ได้ แต่ผมคิดว่า 23 ข้อนี้ก็ครอบคลุมได้พอสมควรแล้วน่ะครับ กฎ 23 ข้อดังต่อไปนี้ เป็นการวิจัยของ 3 สถาบัน ได้แก่ The Poynter Institute, the Estlow Center for Journalism & New Media, และ Eyetools ภายใต้โครงการ “The Eyetrack III”
ซึ่งศึกษาถึงกลยุทธ์การออกแบบเว็บไซต์เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ใช้ให้มากที่สุด ดังนี้

Read the rest of this entry »

ปักกิ่งเกมส์ 2008 “มนัส” คว้าเหรียญเงิน

มนัส บุญจำนงค์
กรี๊ดดดดดดดดดด อีกรอบต่อจากพี่ สมจิตร จงจอหอ เหรียญเงินผมก็เอาแล้วครับ ไม่เสียใจเลย เพราะว่าดูจากที่ชกแล้ว ไม่น็อคผมก็ดีใจแล้วครับ ไม่ต้องผิดหวังน่ะครับ ให้มองอีกแง่มุมนึงว่า เข้าแข่งโอลิมปิกสองครั้งแล้ว ได้เหรียญกลับมาทั้งสองครั้ง อย่าไปเสียดายอย่าไปเสียใจ ยังไงพี่มนัสก็คือ ฮี่โร่ ของชาวไทยครับผม

Read the rest of this entry »

Beijing 2008 “สมจิตร” คว้าทองสำเร็จ

Beijing 2008 สมจิตร จงจอหอ

กรี๊ดดดดดๆๆๆ เวรแล้วไงดีใจซะออกแต๋วเลยอะ เปลี่ยนๆ ว๊ากกกกๆๆ ได้เหรียญทองแล้วครับได้มาแล้ว ( แหม๋ๆ เหมือนขึ้นไปชกเองเลย คิคิ ) เป็นอะไรที่ เทพมากๆ เทพไม่เทพยกสองนำ 6-0 หมัด บ้ามาเยอะแล้วครับ ก็ดีใจกับ พี่สมจิตร และครอบครัวของพี่ๆ ด้วยแล้วกันครับ ที่สามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิก 2008 มาให้คนไทยได้ฉลอง ( ว่าแล้วก็เปรี้ยวปาก )
เรามาดูรายละเอียดข่าวกันดีกว่าครับ เด๋วจะไปกันใหญ่

สมจิตร จงจอหอ ยอดมวยไทยถึงคราวสมหวังเสียที เมื่อเอาชนะ อันดริส เฮอร์นานเดซ ขาดลอย 8-2 หมัด พร้อมกับคว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้สำเร็จแล้ว

การแข่งขันชกมวยสากลสมัครเล่นในกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 29 “ปักกิ่งเกมส์ 2008″ ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2551 ดำเนินมาถึงรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งในวันนี้มีชิงชัยกัน 5 เหรียญทอง จาก 11 เหรียญทอง

โดยในรุ่นฟลายเวต น้ำหนักไม่เกิน 51 กิโลกรัม เป็นการพบกันระหว่าง สมจิตร จงจอหอ ยอดมวยจอมเก๋าจากบุรีรัมย์ วัย 33 ปี ชาวไทย พบกับ อันดริส เฮอร์นานเดซ คู่ปรับเก่าชาวคิวบา ที่เคยเอาชนะ สมจิตร มาได้แล้วในเวิลด์แชมเปียนชิปส์ ที่ประเทศจีน เมื่อ 3 ปีก่อน

เริ่มการแข่งขันในยกแรก ยอดมวยชาวไทย เปิดเกมได้สวย ด้วยการดักปล่อยหมัดเข้าเป้าชัดเจน จนเข้าตากรรมการ พร้อมออกนำไปก่อน 2-0 คะแนน

ในยกที่ 2 สมจิตร ครองเกมได้อย่างยอดเยี่ยม ดักปล่อยหมัดขวาเน้นๆ ได้หลายหมัด ขณะที่ เฮอร์นานเดซ แทบจะไม่มีจังหวะเข้าทำแบบจะแจ้งเลย จบยกนี้ไปด้วยคะแนนที่ยอดมวยชาวไทยนำอย่างถึง 6-0 คะแนน

เข้าสู่การชกในยกที่ 3 สมจิตร พยายามไม่ปล่อยให้ตัวเองตกเป็นเป้านิ่ง และออกหมัดอย่างรัดกุมมากขึ้น แต่ยังคงมีทีเด็ดที่หมัดขวาน่ากลัวเช่นเดิม และจบยกนี้ไปด้วยคะแนนที่ สมจิตร นำอยู่ 8-1 คะแนน

การแข่งขันในยกสุดท้าย เฮอร์นานเดซ จำเป็นต้องเปิดเกมรุกเข้าใส่นักมวยไทยเท่านั้น แต่ สมจิตร ใช้ประสบการณ์ผ่านสังเวียนมาเยอะ พยายามประคองตัวเองไว้ได้ จบยกนี้ที่ 8-2 คะแนน

จากชัยชนะในไฟต์นี้ ส่งผลให้ สมจิตร จงจอหอ สามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้สำเร็จ หลังจากเคยต้องผิดหวังตกรอบ 2 ในโอลิมปิกเมื่อ 4 ปีที่แล้ว

สรุปข่าวโดย ผู้จัดการออนไลน์

Posterous l แค่ส่งอี-เมล์เป็นก็มี “บล็อก” ได้

Posterous

พวกคุณๆ ได้เข้ามาหรือหลงมาในเว็บไซด์ของผมก็แสดงว่า แต่ละคนเป็นคนที่สนใจด้าน IT กันทั้งนั้น และคงที่จะไม่ปฏิเสธว่าไม่รู้จัก “บล็อก” หรือ “บล็อกเกอร์” กันอย่างแน่นอน หรือใครที่รู้จักแต่ยังไม่มี บล็อก เป็นของตัวเองด้วยแล้ว ได้อ่านข่าวนี้ ผมคิดว่า 99% เลยหล่ะครับ ที่อ่านแล้วจะต้องสมัครเพื่อทดลองดูว่า มันง่ายอย่างที่ว่ากันจริงหรือป่าวกับคำขวัญที่ว่า “แค่ส่งอี-เมล์เป็นก็มี บล็อก ได้” มันง่ายอย่างนั้นจริงๆ เลยหรือ? แต่ผมก็ยังไม่ได้ทดลองในทุกๆ ส่วนที่ข่าวเขาว่ามาหรอกครับ เอาเป็นว่าให้ผู้อ่านและผู้ที่สนใจเข้าไปลองของกันเองดีกว่า ว่ามันจะง่ายโดนใจขาโจ๋จริงรึป่าว ผมคิดว่าจะลองให้คุณพ่อจอมบ่นของผมลองเล่นสักหน่อย เพื่อจะโดนใจแกแล้วแกจะได้มีบล็อกไว้บ่นลูกๆ แบบออนไลน์บ้าง คิคิ ถ้าพ่อทำได้ผมก็คิดว่าไม่ยากไปสำหรับมือใหม่ที่อยากมีบล็อกหรอกครับ งั้นเรามาอ่านรายละเอียดของข่าวกันเลยแล้วกันครับ สรุปข่าวโดยผู้จัดการออนไลน์ หรือติดตามได้จากเว็บของผมเลยก็ได้ครับ คลิกเลย >> Read the rest of this entry »

แอปเปิลรับ แบตช็อตทำไอพ็อดนาโนไฟลุกจริง

iPod nano 3

หลังจากกระทรวงการค้าของญี่ปุ่นออกมาให้ข่าวว่า เกิดเหตุไอพ็อดนาโน (iPod nano) 3 เครื่องร้อนจัดจนเกิดไฟลุกไหม้ จากการตรวจสอบเชื่อว่าสาเหตุเป็นเพราะข้อผิดพลาดในแบตเตอรี่ ซึ่งแอปเปิลออกมาให้ข่าวว่า ปัญหาไฟรั่วเกิดในแบตเตอรี่เฉพาะผู้ผลิตรายเดียว

รัฐบาลญี่ปุ่นยืนยันว่าการออกแถลงการเรื่องไอพ็อดนาโนครั้งนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์ชี้นำการสอบสวน แต่จุดประสงค์คือต้องการให้แอปเปิลออกมากล่าวเตือนภัยแก่ผู้บริโภค ล่าสุดแอปเปิลยังยืนยันว่าไม่มีรายงานการบาดเจ็บขั้นร้ายแรง แต่ก็ยินยอมเปลี่ยนเครื่องให้กับผู้ใช้ iPod nano ที่มีความเสี่ยง โดยสามารถติดต่อเปลี่ยนเครื่องที่ศูนย์ให้บริการของแอปเปิลโดยตรง

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์